Category Archives: บทเรียนจากเซ็กส์

ข้อดีของการนอนเปลือยกาย

การเข้านอนทั้งที่ยังอยู่ในชุดวันเกิดให้ผลดีกับคุณมากกว่าที่คิด จึงน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่มีคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ บางคนสวมกางเกงเพียงตัวเดียว บางคนสวมเสื้อตัวยาว บางคนก็สวมแต่ชุดชั้นใน บางคนขี้หนาวมากจึงสวมเต็มยศครบครันทั้งนอกทั้งใน แต่ไม่แน่ว่าเมื่อคุณเห็นข้อดีของการนอนเปลือยกายแล้วอาจจะเริ่มสลัดผ้าทิ้งก่อนนอนก็เป็นได้!
1. คุณจะหลับสบายขึ้น เนื่องจากปกติแล้วอุณหภูมิของร่างกายคุณจะลดต่ำลงในยามหลับและจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อคุณตื่นนอน แต่เสื้อผ้าทำให้ระบบนี้เสียสมดุลเนื่องจากความอบอุ่นที่คุณคิดว่าพอดีแล้วเมื่อยามเข้านอนจะกลายเป็นความร้อนจนน่าอึดอัดจนต้องลุกขึ้นมาเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศให้คลายร้อน
2. ระบบเผาผลาญในร่างกายจะทำงานดีขึ้น เพราะเมื่อร่างกายเจอกับความเย็นก็จะเริ่มปฏิบัติการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายด้วยการนำไขมันออกมาใช้นั่นเอง
3. กางเกงในที่ห่อหุ้มท่อนล่างของคุณนั้นทำให้อบอุ่นได้ก็จริง แต่ก็เป็นเหมือนสวรรค์สำหรับเชื้อแบคทีเรียทั้งหลายที่รักความอุ่นชื้นด้วย มันจึงเริงร่าและเติบโตอย่างรวดเร็ว การไม่สวมอะไรเลยจึงทำให้ส่วนนั้นของคุณไม่เกิดการหมักหมมและแห้งสะอาดขึ้น
4. เสปิร์มของคุณจะแข็งแรงขึ้นเนื่องจากร่างกายต้องการอุณหภูมิที่เหมาะสมในการผลิตพวกมันออกมา นั่นก็คือ 95 – 96 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายโดยทั่วไป
5. แน่นอนว่าการนอนเนื้อแนบเนื้อกับคู่รักช่วยให้คุณฟินกว่าการมีเสื้อผ้ามาขวางกั้น นึกอยากทำกิจกรรมบนเตียงนอนก็ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องมามัวกำจัดสิ่งกีดขวาง!

ครั้งหนึ่งในชีวิต

คุณเคยตั้งใจจะทำอะไรแต่กลับล้มเหลวบ้างไหม? แน่นอนว่าในชั่วชีวิตของคนเรามักเกิดเหตุผิดพลาดเช่นนี้ขึ้นได้ตลอดเวลา แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความรอบคอบของตัวคุณเอง เรื่องราวที่นำมาฝากในวันนี้เป็นเรื่องของคู่รักที่พยายามจะปรุงรักให้มีรสชาติขึ้นกว่าปกติแต่ดันเกิดความผิดพลาดขึ้นมาเสียได้ มาดูกันดีกว่าว่าใครเจออะไรกันบ้าง
1. หนุ่มคนหนึ่งอยากลิ้มรสชาติของครีมที่หอมหวานบนตัวคุณแฟนแต่หาไม่ได้เลยตัดสินใจใช้เนยถั่วมาละเลงหน้าอกของเธอแทน ด้วยความเนยถั่วมีความเข้มข้นสูงจึงไม่อาจละเลงให้เป็นแผ่นบาง ๆ ได้ เขาจึงต้องใช้วิธีอ้าปากงับแทนการไล้เลีย แต่ดันพลาดไปกัดโดนโนมเนื้อของแฟนสาวเข้าเต็มรักจนบวมเป่ง แน่นอนว่าเรื่องนี้จบไม่สวยนักเพราะนอกจากจะถูกเธอตบกลับมาแล้วยังโดนทิ้งอีกด้วย
2. สาวฮอตคนหนึ่งละเลงไอศกรีมลงบนอาวุธรักของคุณแฟนแล้วบรรจงไล้เลียจนหมด จากนั้นก็ขึ้นควบเป็นการปิดท้ายรายการ เรื่องคงจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งถ้าวันต่อมาเธอจะไม่เกิดอาการคันในช่องคลอดเนื่องจากการติดเชื้อ! คำเตือนของเรื่องนี้คือ โปรดเก็บอาหารทุกประเภทให้พ้นจิ๊มิ
3. หนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งเล่าว่า สมัยยังเป็นวัยรุ่นเคยออกเดทกับสาวนักกีฬาไซส์มินิคนหนึ่ง ด้วยความไม่รู้จะคุยอะไรจึงชวนเธอคุยเรื่องกีฬาที่เธอชอบ จำได้จนถึงทุกวันนี้เลยว่าเธอชอบเล่นยูโด เขาจึงท้าให้เธอล้มเขาให้ดู แล้วเขาก็ได้รู้ว่าโลกพลิกคว่ำมันเป็นยังไง ทุกวันนี้สถานภาพระหว่างทั้งคู่จึงหยุดอยู่แค่เพื่อนเท่านั้น
เรื่องของคุณล่ะเป็นยังไงบ้าง? พร้อมจะเล่าสู่กันอ่านไหม

เซ็กส์ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีทุกวัน

หนังโป๊ออนไลน์ หลายคนยังมีความเข้าใจผิด ๆ อยู่ว่า คนเราจำเป็นต้องมีเซ็กส์กันทุกวันจึงจะเป็นการแสดงถึงความรักและความปรารถนาที่มีต่อกัน ซึ่งความเชื่อเหล่านี้มักมีที่มาจากนิยายประโลมโลกที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นหนุ่มหื่นหรือสาวไฟแรงสูงของตัวละครเอกและลีลาการวาดลวดลายบนเตียงที่ทั้งอึด ถึก และทนจนต้องยกนิ้วให้ หรือจากละครหลังข่าวที่คู่พระนางมักจะจู๋จี๋กันให้ดูอยู่บ่อย ๆ ชนิดที่ว่านอนสะกิดกันทุกคืนนั่นแหละ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องทำบ่อยขนาดนั้นก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ในเมื่อชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่เรื่องบนเตียงนี่นะ
ไม่นานมานี้ ได้มีการเผยแพร่งานวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญชาวแคนาเดียนว่า ระดับความสุขที่วัดได้จากคู่รักที่มีเพศสัมพันธ์แทบทุกคืนกับคู่ที่มีเซ็กส์กันเพียงสัปดาห์ละครั้งสูงพอกันเลยทีเดียว และระดับดังกล่าวนี้จะลดต่ำลงไปหากทิ้งระยะเวลาให้นานขึ้นกว่าจะมีการร่วมหลับนอนกับคู่รักของตนเอง เนื่องจากหลังมีเพศสัมพันธ์ ร่างกายของเราจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าในจำนวนที่มากพอที่จะคงความรู้สึกนี้ไว้ได้ถึงเจ็ดวันนั่นเอง แต่กระนั้นก็ยังมีคนที่พอใจจะมีเซ็กส์บ่อยกว่านั้นซึ่งก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
ใครที่กำลังกลุ้มว่าไม่มีเวลาให้คู่รักเท่าที่ควรคงจะรู้สึกใจชื้นกันบ้างแล้ว เพียงหาโอกาสเล่นผีผ้าห่มกับคู่ของคุณให้ได้สัปดาห์ละครั้งก็สามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นดังเดิมได้ แต่ที่สำคัญคืออย่าลืมดูแลเอาใจใส่เขาหรือเธอนอกห้องนอนกันด้วยนะ จะได้สมกับเป็นคู่ชีวิตกันอย่างแท้จริง

ผลของการช่วยตัวเองผิดวิธี

ถึงแม้ว่าการช่วยตัวเองบ่อย ๆ จะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงก็ตาม มันก็ยังมีผลกระทบทางอ้อมที่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถหาได้ทั่วไปมาดัดแปลงในกิจกรรมทางเพศ ซึ่งอาจส่งผลเสียได้มากกว่าผลดีเพราะนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อย่างกรณีที่เคยเกิดกับผู้ชายหลายคนจนโด่งดังไปทั่วโลกที่มีการนำอวัยวะเพศของตัวเองไปยัดใส่ขวดปากแคบบ้าง ท่อแป๊บบ้าง แม้กระทั่งร่องเก้าอี้ก็ยังมีคนทำมาแล้ว จากนั้นก็ไม่สามารถนำลูกรักของตัวเองกลับออกมาได้ต้องค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือกู้ภัยมาช่วยให้เป็นที่น่าอับอายขายหน้า
และถึงจะตัดความเสี่ยงของการใช้ตัวช่วยเหมาะสมออกไป การช่วยตัวเองถี่เกินไปก็อาจก่อให้เกิดอาการผิวหนังถลอกหรืออักเสบอันเกิดมาจากเสียดสีขึ้นได้เช่นกัน ยิ่งถ้าเกิดการติดเชื้อด้วยแล้วละก็เรื่องมันจะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ อย่างเช่นกระทาชายนายหนึ่งที่เกิดอาการติดเชื้ออันเนื่องมาจากอวัยวะเพศถลอกจนเป็นไข้ อาเจียนไม่หยุด ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือบริเวณผิวหนังที่ติดเชื้อเริ่มมีอาการเน่าและส่งกลิ่นเหม็นถมยังลามไปยังบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย หมอจึงต้องรีบส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินโดยด่วนเพื่อดำเนินการรักษา สุดท้ายก็หายเป็นปกติได้ด้วยการอัดยาปฏิชีวนะและผ่าตัดเอาผิวหนังมาโปะส่วนที่ถูกเลาะออกไป
การช่วยตัวเองผิดวิธีไม่ได้ถูกจำกัดเอาไว้เฉพาะคนที่ชอบเล่นพิเรนทร์กับตัวเองเท่านั้น หากยังรวมไปถึงคนที่กระทำมิดีมิร้ายในที่ ๆ ไม่เหมาะสมอีกด้วย โดยเฉพาะขณะขับรถ เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้วยังมีสิทธิ์ทำให้ไอ้หนูของคุณหักกลางได้เมื่อเกิดการเบรกกะทันหันจนเกิดแรงเหวี่ยงให้มันไปกระแทกเข้ากับเกียร์ พวงมาลัย หรือสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง

หัวข้อที่ไม่ควรคุยกับแฟน

เคยหรือเปล่าเวลาชวนแฟนคุยเพลิน ๆ แล้วดันไปถามซอกแซกเรื่องเก่า ๆ จนเป็นเหตุให้ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นการใหญ่ ซึ่งส่วนมากเรื่องที่ถามมักไม่พ้นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ในอดีตนั่นแหละ ตัวอย่างคำถามที่ไม่ควรยกมาเป็นประเด็นก็เช่น
– คุณผ่านผู้ชาย (ผู้หญิง) มาแล้วกี่คน
– ฉันเป็นคนที่เท่าไหร่ของคุณ
– คุณรักฉันหรือแฟนเก่ามากกว่า
– แฟนเก่าของคุณเป็นคนยังไง
– ฯลฯ
แน่นอนว่าหากคำตอบของคุณเยินยอแฟนเก่าเสียเลิศเลอ คนตั้งคำถามก็จะหึงย้อนหลังจนคุณนึกปวดตับว่าไม่น่าบอกความจริงไปเลย ส่วนจำนวนของแฟนเก่าก็เช่นกัน ถ้าบอกไปว่าผ่านมาอย่างโชกโชนก็จะถูกว่าเป็นคนสำส่อนไป แต่ถ้าบอกน้อยเกินก็จะถูกสงสัยอีกว่าโกหกกันหรือเปล่า ทางที่ดีเวลาบทสนทนากำลังจะโยงเข้าเรื่องนี้ให้รีบบอกปัดไปเลยจะเป็นการดีที่สุด โดยให้เหตุผลสวย ๆ ว่า อดีตไม่สำคัญเท่าปัจจุบันหรอกอย่าไปสนใจเลย แล้วก็ชวนคุยเรื่องอื่นเสีย
นอกจากเรื่องของหัวใจแล้วยังมีเรื่องเกี่ยวกับศาสนาหรือการเมืองด้วยที่ไม่ควรหยิบยกมาถกกัน เพราะหากพวกคุณมีความเชื่อหรือความคิดเห็นแตกต่างกันจนสุดโต่งแล้วละก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งกัน ยิ่งหากต่างฝ่ายต่างก็เป็นคนประเภทยอมหักไม่ยอมงอแล้วละก็ เรือรักเป็นได้ล่มลงทันตาเห็นชนิดกู่ไม่กลับเลยทีเดียว ก็ขนาดคนในครอบครัวยังมองหน้ากันไม่ติดมาแล้วเพราะหัวข้อพวกนี้ นับประสาอะไรคนที่เพิ่งจะเริ่มต้นเรียนรู้กันและกันล่ะจริงไหม?

ทำไมจึงฝันลามก

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ถึงแม้ร่างกายของคุณจะหลับใหลแต่ก็ใช่ว่าความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ จะถูกปิดสวิทช์ไปด้วย นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณจึงฝันเห็นสิ่งต่าง ๆ ในขณะนอนหลับพักผ่อน ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยเกี่ยวกับการฝันออกมาว่า เวลาเราคิดถึงหรือหมกมุ่นกับสิ่งใดมากกว่าปกติก็มักจะเก็บเอาไปฝัน แต่ถ้าคุณฝันลามกบ่อย ๆ ล่ะ? แสดงว่าคุณหมกมุ่นในเรื่องเพศอย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะคิดเช่นนั้นก็ตาม เรามาดูกันดีกว่าว่าความฝันเหล่านั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง
1. มีเซ็กส์กับคนรู้จัก ความฝันนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังคิดนอกใจคู่รักหรือมีจิตอกุศลกับอีกฝ่าย หากแต่คนที่คุณฝันถึงนั้นมีบางอย่างที่คุณอยากมี อยากเป็นเช่นเดียวกับเขาหรือเธอ เช่น ความมีชื่อเสียง อิสรเสรีในชีวิต แม้กระทั่งความมั่นใจในตัวเองที่คุณไม่เคยมี
2. เล่นรักกับเจ้านาย ความฝันนี้เกี่ยวพันเฉพาะด้านหน้าที่การงานเท่านั้น อาจเป็นช่วงที่คุณมีความจำเป็นต้องติดต่อกับหัวหน้างานแต่ยังตามตัวไม่เจอ หรือเจ้านายไม่มีเวลาว่างให้ ระยะห่างระหว่างพวกคุณจึงหดสั้นเข้ามาชนิดหายใจรดกันได้ในความฝัน
3. ฝันว่าหลบมุมจู๋จี๋กับคุณแฟน แสดงว่าช่วงนี้คุณไม่ค่อยได้พบหน้าแฟนเลย อาจจะด้วยหน้าที่การงานหรือความห่างไกล จึงแสดงออกมาในรูปแบบของความฝันเพื่อชดเชยความรู้สึกโหยหา
4. ฟิตเจอร์ริ่งท่ามกลางสายตาสาธารณะชน แสดงถึงความแคร์สายตาคนภายนอกมากกว่าคนข้างกาย การตัดสินใจในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ หรืออะไรก็แล้วแต่มักจะอิงความต้องการของคนหมู่มากเป็นหลัก
แล้วคุณล่ะเคยฝันลามกแบบไหนมั่ง?

ทำอย่างไรดีเมื่อนกเขาไม่ขัน

ปัญหาที่ทำให้คู่รักเกิดอาการหดหู่ที่สุดในการมีเพศสัมพันธ์ก็คือการที่อาวุธรักของฝ่ายชายไม่สามารถใช้งานได้เหมือนปกติ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ยอมแข็งตัวทั้งที่สรรหาสารพัดวิธีมาปลุกเร้า ปัญหาการหลั่งเร็วชนิดนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ และอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากส่วนที่ว่า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าท่าทีที่คุณแสดงออกมาเมื่อต้องเผชิญปัญหาของคุณแฟนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อความมั่นใจในตัวเองของเขาเลยทีเดียว และเมื่อเขาขาดความมั่นใจ ปัญหามันก็จะยิ่งเลวร้ายลงเรื่อย ๆ กระทั่งส่งผลกระทบต่อชีวิตคู่ในที่สุด
ต่อไปนี้คือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุวาสิ่งใดที่คุณควรทำหรือไม่ควรทำ
คุณไม่ควร…
– บ่นและโวยวายที่เขาอ่อนปวกเปียกราวกับเป็นความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัย
– การบีบบังคับหรือเร่งเร้าให้เขารักษาตัวให้หายโดยเร็วเท่ากับเพิ่มความเครียดให้เขาเข้าไปอีก
– พูดจาส่อเสียดกระทบกระแทกถึงปมด้อยของเขา
– เปรียบเทียบความด้อยประสิทธิภาพของคู่รักกับผู้ชายคนอื่น
– หันหลังให้กับเรื่องบนเตียงโดยสิ้นเชิง
– ทิ้งเขาให้จมอยู่กับปัญหาเพียงลำพัง
คุณควรจะ….
– ให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างเขา
– โน้มน้าวให้เขาไปพบแพทย์เพื่อหาหนทางรักษา
– ความสุขทางเพศไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งนั้นเสมอไปในเมื่อยังมีสิ่งอื่นที่แทนกันได้อย่างมีประสิทธิภาพพอกัน ไม่ว่าจะเป็นนิ้ว, ปาก และลิ้น
– ช่วยดูแลเรื่องการกินอยู่และชักชวนกันไปออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ก็ต้องช่วยกันแก้ไขนะอย่าลืม

คุณใช้ถุงยางอนามัยถูกหรือเปล่า

ถุงยางอนามัยมีประโยชน์ทั้งการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนา แต่ทั้งที่มีความสำคัญขนาดนี้ผู้ชายบางส่วนยังไม่ค่อยจะยอมใช้กันโดยอ้างว่าไม่มันส์ในอารมณ์ นักวิจัยได้ทำการสำรวจพฤติกรรมในการใช้ถุงยางอนามัยของชายชาวอเมริกันและพบว่า คนที่มีอายุระหว่าง 18 – 24 ปีใช้ถุงยางอนามัยกันไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำไป ส่วน ผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 25 – 34 ปี ก็ยอมใช้ถุงยางกันเพียง 30% เท่านั้น เมื่อขยายขอบข่ายการสำรวจไปยังประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรปก็พบหลักฐานที่น่าตื่นตะลึงคือ ประชากรกว่า 65% ไม่มีการป้องกันใด ๆ ทั้งสิ้นในยามมีเซ็กส์ และในจำนวนนี้มีผู้ชายมากถึง 30% ที่ไม่เคยสวมถุงยางอนามัยเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ผลกระทบที่ตามมาก็คือมีคนป่วยที่ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะโรคเอดส์ที่ยังไม่มียาตัวไหนสามารถรักษาให้หายขาดได้ ลองคิดดูก็แล้วกันว่าหากผู้ป่วยยังไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อเอชไอวีแล้วยังคงมีเซ็กส์แบบไม่ป้องกันไปเรื่อย ๆ กับคนที่มีรสนิยมเดียวกันมากหน้าหลายตาเช่นนี้ จะมีคนที่โชคร้ายเพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่?
นอกจากปัญหาการไม่ยอมใช้ถุงยางอนามัยในคนบางจำพวกแล้ว คนที่ใช้อยู่ก็ใช่ว่าจะใช้งานมันได้อย่างถูกต้องทุกคนไป โดยปกติแล้วผู้ชายควรสวมถุงยางก่อนมีเพศสัมพันธ์ แต่บางคนกลับเพิ่งมาสวมเอาอีตอนใกล้จะถึงไคลแมกซ์ซึ่งมันไม่ถูกต้องเลยโดเฉพาะเมื่อจุดประสงค์ของการใช้คือป้องกันการตั้งครรภ์ของคุ่รัก เนื่องจากอสุจิมันเล็ดรอดออกมาตั้งแต่ก่อนสวมถุงแล้ว
คุณล่ะ? ใช้ถุงยางอนามัยถูกต้องตามขั้นตอนหรือเปล่า?

มารู้จักกับเซ็กส์ในวัยชรากันเถอะ

xxx แน่นอนว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้นอะไร ๆ ในร่างกายต่างก็เปลี่ยนแปลงไปแทบทั้งหมด ไม่ว่าเป็นทางด้านสรีระหรือสุขภาพรวมไปถึงฮอร์โมนทั้งหลายด้วย และอย่างที่เกริ่นเอาไว้ที่หัวข้อว่า วันนี้เราจะมาเรียนรู้ว่าเมือเราอายุสัก 60 ปีแล้ว จะมีไรที่เปลี่ยนไปบ้างในเรื่องของเซ็กส์
1. เซ็กส์ไม่มีวันหมดอายุไม่ว่าคุณจะอายุสิบหกหรือหกสิบ เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบต่างออกไปจากที่เคยเป็น ในช่วงวัยรุ่นที่ไฟกำลังแรง คุณอาจชอบเซ็กส์แบบหวือหวา เล่นสารพัดท่าที่ท้าทายได้อย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่เมื่ออายุมากขึ้นสังขารเริ่มโรยรา เรื่องเสน่หาทางเพศก็จะลดดีกรีลงเหลือเพียงความละมุนละไม ค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบ
2. ความคิดเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ของคุณจะเปลี่ยน จากที่เคยมองว่าเซ็กส์เป็นสิ่งสำคัญพอ ๆ กับอากาศที่ถ้าขาดแล้วอาจตายได้ กลายเป็นว่าเซ็กส์คือหนทางหนึ่งที่ทำให้เราสามารถมีความสุขไปพร้อมกับคู่ชีวิตได้
3. ถ้าคุณมีเซ็กส์สม่ำเสมอจนถึงอายุ 60 ปี ร่างกายคุณจะฟิตเปรี๊ยะพร้อมรบอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าถึงคุณจะเป็นชายแก่ที่สังขารเหี่ยวย่น ส่วนนั้นของคุณก็จะยังคงปึ๋งปั๋งชนิดที่หนุ่มบางคนยังต้องอาย
4. คุณอาจใช้เวลานานขึ้นกว่าจะถึงออกัสซั่ม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะถึงอย่างไรบทรักของคุณก็ดำเนินไปแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยอยู่แล้ว การได้ผลัดกันมอบความสุขให้อีกฝ่ายน่ะเป็นสิ่งที่ดีจะตายไป
5. คุณมีเวลาให้กับเรื่องบนเตียงนานตามต้องการ ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้าไปทำงาน ไม่ต้องตื่นกลางดึกมาดูแลลูกหลาน ช่วงวัยหลังเกษียณนี้จึงเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุขอย่างแท้จริง

คำพูดที่ควรใช้เมื่ออยู่บนเตียง

บทสนทนาที่มีต่อคู่นอนในตอนเช้าหรือระหว่างทำกิจกรรมเข้าจังหวะมีความสำคัญเพียงใดขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากจะสานสัมพันธ์กับเธอต่อหรือไม่ ถ้าไม่สนใจก็ข้ามบทความนี้ไปได้เลย แต่ถ้าเป็นทางตรงข้ามละก็ลองแวะเข้ามาอ่านประดับความรู้สักหน่อย เผื่อมีโอกาสนำไปใช้กับคนที่ถูกใจในอนาคต
– อรุณสวัสดิ์ อาบน้ำด้วยกันมั้ย?
– ผมละมือจากคุณไม่ได้เลย
– คุณจะว่ายังไงถ้าผมจะทำอย่างนี้?
– หิวไหม เดี๋ยวผมหาอะไรให้ทาน
– ผมรู้สึกดีจังเลยคุณล่ะ รู้สึกเหมือนกันไหม?
– สนใจอยู่ต่ออีกหน่อยมั้ย ผมว่าเราน่าจะใช้เวลาด้วยกันให้มากกว่านี้นะ
– ฯลฯ
จากตัวอย่างประโยคข้างต้นคุณคงพอจะรู้แล้วใช่ไหมว่าควรพูดอย่างไรกับเธอ แต่ถ้าคุณเป็นคนพูดไม่เก่งหรือเขินอายเกินกว่าประโยคพวกนี้ออกมาล่ะ? อย่าเพิ่งกังวลไปเพราะเรามีภาษากายมาฝากคุณด้วย! นั่นก็คือหลังจบบทรักคุณอาจนอนมองเธอเงียบ ๆ พร้อมกับม้วนผมเธอเล่น จุมพิตหน้าผากหรือลูบไล้ผิวกายของเธอเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าคุณพึงพอใจในตัวเธอมากแค่ไหน รับรองว่าพวกเธอสามารถรับรู้มันได้อย่างแน่นอน
คำพูดและภาษากายเหล่านี้ สามารถนำไปใช้กันได้ทั้งกับคู่รักที่เป็นหญิงและชาย เพียงแค่พลิกแพลงคำพูดให้เหมาะสมกับสถานการณ์เท่านั้น อีกทั้งยังไม่จำกัดว่าใช้ได้เฉพาะในกลุ่มคู่รักแบบวันไนท์สแตนด์หรือคู่ที่คบหาดูใจกันอย่างจริงจัง แม้แต่คนที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาระยะเวลาหนึ่งแล้วก็สามารถนำไปใช้ได้สบาย เป็นการผูกสายใยระหว่างกันให้แน่นแฟ้นขึ้นและสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันไปในตัวด้วย

สิ่งที่ไม่ควรทำทั้งก่อนและหลังมีเซ็กส์

ถึงแม้ว่าคุณจะผ่านสนามรักมาอย่างโชกโชนก็ไม่ได้หมายความว่าจะรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมันไปเสียทุกเรื่อง ดังนั้นโอกาสที่จะก้าวพลาดก็มีไม่น้อยไปกว่ามือสมัครเล่นเลย ไหนลองมาดูซิว่าคุณเคยทำหรือกำลังทำสิ่งที่ไม่ควรต่อหน้าคู่รักของคุณบ้าง
1. รีบเข้าห้องน้ำทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจ
คุณอาจเคยได้ยินว่าควรรีบไปฉี่ทันทีหลังมีเซ็กส์เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทางท่อปัสสาวะ แต่รู้หรือไม่ว่าท่าทางของคุณจะทำให้คู่รักรู้สึกอย่างไร? เขาหรือเธออาจคิดว่าคุณรังเกียจจนต้องรีบไปชำระร่างกายให้สะอาด และความรู้สึกนี้จะติดอยู่ในใจไปอีกนานแสนนานตราบเท่าที่คุณยังทำเหมือนเดิมนั่นแหละ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้เชี่ยวชาญเขาบอกมาว่าถ้าคุณไม่ปวดฉี่จริง ๆ จนอั้นไม่อยู่ก็ควรใช้เวลากับคู่รักต่อสักพักก็ได้ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น
2. อย่าดื่มจนเมา
คนเมามักขาดสติไปชั่วขณะ คุณอาจลงไม้ลงมือกับคนที่คุณรักโดยไม่รู้ตัว ถ้าอยากดื่มก็เอาแค่พอกรึ่ม ๆ ดีกว่า
3. ถ้าไม่อยากได้ลูกอย่ายกก้นค้างไว้
เพราะการนอนในท่าที่สะโพกยกสูงกว่าลำตัวของผู้หญิงจะช่วยให้เหล่าสเปิร์มแหวกว่ายไปยังมดลูกได้สะดวกขึ้น
4. สำหรับผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลายองคชาติอย่าลืมอาบน้ำก่อนมีเซ็กส์
ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันแบคทีเรียที่ซุกซ่อนอยู่ขยับขยายพื้นที่เข้าไปในตัวคู่รักของคุณ
5. อย่ากินอาหารอิ่มเกินไป
อาหารจำพวกแป้งและธัญพืชทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ถ้าคุณไม่อยากตดออกมาระหว่างมีเพศสัมพันธ์โปรดงดทานอาหารเหล่านี้ 1- 2 ชั่วโมงก่อนมีเซ็กส์และหันไปกินช็อคโกแลตที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์รักแทน